เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ก่อนอื่นเรามารู้จักกันก่อนนะครับว่า หน้าผากคนเรามีกล้ามเนื้อที่ชื่อว่า “Frontalis Muscle” ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่มีบทบาทมากที่สุดในการกำหนดแนวไรผม (Hair line) และช่วยดึงคิ้วให้อยุ่ในตำแหน่งที่เหมาะสม (Optimize Eyebrow Position) และเป็นสาเหตุที่สำคัญของการเกิดรอยย่นบริเวณหน้าผาก ตามรูปนะครับ

รอยย่นบริเวณหน้าผาก (Horizontal Forehead Line)

กล้ามเนื้อมัดนี้ ปกติจะทำหน้าที่ในการดึงคิ้วขึ้น (Eyebrow Elevation) และจะดึงหนังตาบน (Upper Eyelid Skin) ให้ยืดขึ้นไปด้วย

Frontalis Muscle จะหดตัวเกร็งค้าง (เลิกคิ้ว) ทำให้เกิดรอยย่นหน้าผากในกรณีไหนบ้าง ?

1.อุปนิสัยของบุคคลที่ชอบเลิกคิ้ว , เครียดและขี้สงสัยเป็นประจำ

ทำให้กล้ามเนื้อ (Frontalis) หดเกร็งบ่อย ๆ และซ้ำ ๆ จนทำให้เกิดรอยพับจีบของผิวหนังบริเวณหน้าผากตามแนวการหดตัวของกล้ามเนื้อ

ช่วงแรก ๆ จะทำให้เกิดริ้วรอย แบบชั่วคราว (Dynamic Wrinkle) แต่ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขและปล่อยให้เกิดซ้ำๆเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดริ้วรอยร่องลึกแบบถาวร (Static Furrow) ซึ่งแก้ไขได้ยากมากแม้แต่การผ่าตัดก็ไม่สามารถทำให้หายเรียบสมบูรณ์ได้ 100 % ถ้าจะตัดออกโดยตรง (Midforehead Lift) ก็กังวลเรื่องแผลเป็น (Scar)

รอยย่นบริเวณหน้าผาก (Horizontal Forehead Line)

2.คิ้วตก (Eyebrow Ptosis) และคิ้วเตี้ย (Low-set Eyebrow)

ถ้าคิ้วตก   กล้ามเนื้อ Frontalis จะหดตัวเกร็งเพื่อพยายามดึงคิ้วขึ้นด้วยการเลิกคิ้ว   จึงทำให้เกิดรอยย่นหน้าผากตามมา

รอยย่นบริเวณหน้าผาก (Horizontal Forehead Line)

3. มีภาวะกล้ามเนื้อยกหนังตาอ่อนแรง (Blepharoptosis)

กล้ามเนื้อกลุ่ม Levator Complex อัมพาตหรือไม่ทำงาน ทำให้หนังตาบนตก เวลาลืมตาก็ยกหนังตาบนไม่ขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อ Frontalis ต้องทำหน้าที่แทนเพื่อพยายามยกหนังตาบนขึ้น บางครั้งการหดตัวเกร็งของกล้ามเนื้อ Frontalis ที่มาก และนานบ่อยๆ ก็สามารถรบกวนชีวิตประจำวันของเราได้ (Quality Of Life) คือจะกระตุ้นให้ปวดศรีษะทั้งแบบ Tension และ Migraine Headache ได้

รอยย่นบริเวณหน้าผาก (Horizontal Forehead Line)

4. หนังตาบนเกินและหย่อนคล้อย (Dermatochalasis)

หนังตาบนตกลงมาบังชั้นตา บังลานสายตาให้ลดลง (Visual field) จนมีผลกระทบต่อการมองเห็น   เราจึงพยายามเลิกคิ้วขึ้นด้วยการให้กล้ามเนื้อ Frontalis หดเกร็งเพื่อยกหนังตาบนขึ้น   จึงเกิดรอยย่นหน้าผากตามมาได้

การแก้ไขรอยย่นหน้าผากก็ตรงไปตรงมาครับ คือ เราควรแก้ให้ตรงจุดตามสาเหตุใช่ไหมครับ?

  • บางคนต้องผ่าตัดดึงคิ้ว
  • บางคนต้องผ่าตัดแก้ไขที่ตาบน จึงจะได้ผล
  • บางคนต้องผ่าตัดแก้ไขทั้งการดึงคิ้วและตาบน
  • บางคน ฉีดโบโทลินุ่ม ท็อกซิน (Botolinum Toxin)แล้วยรอยย่นหายไปเลย
  • บางคน ฉีดโบโทลินุ่ม ท็อกซิน (Botolinum Toxin)แล้วรอยย่นหายไปเลยอาการแย่กว่าเดิม

การแก้ไขปัญหารอยย่นจะต้องแก้ไขให้ตรงตามสาเหตุ

กรณีที่เกิดจากอุปนิสัยในการเลิกคิ้วบ่อยๆ มีตัวช่วย 2 วิธี คือ

  1. โบทูลินั่ม ท็อกซินจะช่วยคลายกล้ามเนื้อ Frontalis ร่องรอยลึกนั้นก็จะหายไปชั่วคราว (4-6 เดือน) ตามฤทธิ์ของโบทูลินั่ม ท็อกซินโดยทั่วไป แต่ต้องระวังนะครับถ้ามีความผิดปกติของคิ้ว และ หนังตาบน เราควรจะแก้ไขก่อนฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินนะครับ เพราะถ้าเราไปฉีดโบท็อกซ์ก่อนการผ่าตัดอาจทำให้ตำแหน่งคิ้วและชั้นตาที่เรามองเห็นเปลี่ยนไปจากเดิม   ก็จะมีปัญหาต่อผลของการผ่าตัด    เวลาที่โบทูลินั่ม ท็อกซินหมดฤทธิ์
  2. พยายามเลิกนิสัยที่ชอบเลิกคิ้วบ่อบๆ ขี้สงสัย หรือลดความเครียดให้น้อยลงนั้นเองครับ

กรณีที่เกิดจาก คิ้วตก (Brow Ptosis) และคิ้วเตี้ย

การแก้ไขคือ การผ่าตัดดึงคิ้วขึ้น (Brow Lifting) ซึ่งมีหลายเทคนิค แพทย์จะเลือกตามความเหมาะสมของแต่ละคน บางคนพอดึงคิ้วขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งปกติของมัน รอยย่นหน้าผากก็หายไปเลย โดยที่เราไม่ต้องแก้ไขบริเวณหน้าผาก     ในกรณีนี้ ไม่ควรแก้ไขโดยการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินบริเวณหน้าผาก   เพราะจะทำให้คิ้วตกมากกว่าเดิม แลดูเครียดมากขึ้น แม้ว่ารอยย่นหน้าผากจะหายไปก็ตาม

กรณีที่เกิดจากภาวะกล้ามเนื้อยกหนังตาอ่อนแรง

การแก้ไขคือ ผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อยกหนังตา (Ptosis Surgery) เช่นเดียวกัน ถ้าเราเลือกไปฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยหน้าผากก็อาจทำให้หนังตาตกมากกว่าเดิม ถึงแม้ว่ารอยย่นที่หน้าผากจะหายไปเกือบ 100% โดยเฉพาะ ในรายที่มี Ptosis ในระดับที่มากอยู่แล้วจะทำให้เราลืมตาไม่ขึ้นเลย ต้องรอให้โบท็อกซ์หมดฤทธิ์ หรืออาจใช้ยาหยอดตาบางชนิดช่วย แต่ก็ทำให้เรายกขอบหนังตาบนได้เพิ่มเพียง 2-3 มิลลิเมตรเท่านั้น

กรณีที่เกิดจากหนังตาส่วนเกินและหย่อนคล้อย

ก็แก้ไขโดยการผ่าตัดหนังตาบน หรือตา 2 ชั้น จึงจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด บางครั้งเพียงแค่เราตัดหนังตาบนส่วนเกินอย่างเดียวออก รอยย่นหน้าผากก็หายไปได้เองเลยโดยเฉพาะรอยย่นประเภทชั่วคราว (Dynamic Wrinkle) สามารถลดการเกิดใหม่ของรอยย่นชนิดถาวร (Static Furrow) ได้ ในกรณีที่ต้องการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินเสริม เราควรจะฉีดหลังจากการผ่าตัดตาบนหรือตา 2 ชั้นแล้ว 3 เดือนขึ้นไป

หมอลืมไป บางครั้งหน้าผากเราเกิดริ้วรอยที่เล็กๆ ตื้นๆ (Fine line) ส่วนใหญ่จะเกิดจากผิวแห้ง, ตากแดดมากไป เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เช่น คอลลาเจน, ไขมันสลายมากกว่าการสร้างทดแทน แบบนี้เราแก้ไขโดยการทาครีมบำรุงผิว ดื่มน้ำให้เพียงพอ ทากันแดดเป็นประจำและทานอาหารที่มีโปรตีนให้เพียงพอก็จะช่วยได้ครับ

ในบางคนมีสาเหตุร่วมกันหลายอย่าง ก็ต้องแก้หลายจุดจึงจะเห็นผล บางคนแก้ปัญหาผิดวิธีก็ทำให้เกิดผลเสียมากขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและตรวจอย่างละเอียด เพื่อหาทางแก้ไขริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ได้ถูกลำดับว่าจะเลือกวิธีไหนก่อน/หลัง ตรงจุด และ คุ้มกับค่าใช้จ่ายให้มากที่สุดนั้นเองครับ