fbpx

ส่วนวิธีรักษามีหลากหลายวิธี เช่น ปลูกผม,ทานยา, ฉีดกระตุ้นเซลล์รากผม, ใช้ยาสระผม, หรืออาจใช้ธรรมชาติบำบัดด้วยการใช้ออยนวดผมจากน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก
แต่อย่างที่รู้กันว่าวิธีที่ดี และเห็นผลชัดเจนมากที่สุดก็ คือ การปลูกผม    ซึ่งมีทั้งแบบ FUE และแบบ FUT แต่ละวิธีแตกต่างกันอย่างไร  ไปกันเลยดีกว่าครับ

การปลูกผมแบบ FUE

เป็นการปลูกผมโดยใช้เครื่องมือเจาะกอรากผมเป็นจุดเล็กๆ จากบริเวณหลังศีรษะ มาคัดแยกเซลล์รากผมที่แข็งแรง และนำมาปลูกบริเวณที่ต้องการ วิธีนี้ดีตรงที่ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นที่เห็นได้ชัด แผลเล็กพักฟื้นน้อย แผลหายเร็ว

การปลูกผมแบบ FUT

เป็นการปลูกผมโดยแพทย์จะเลือกบริเวณที่มีกอรากผมแข็งแรง จากนั้นแพทย์จะทำการผ่าตัดผิวหนังออกมาเพื่อคัดเซลล์รากผมที่แข็งแรง และนำมาปลูกบริเวณที่ต้องการ วิธีนี้ดีตรงที่ถนอมเซลล์รากผมได้ดีกว่าวิธี FUE แต่รอยแผลเป็นจะเห็นเป็นรอยยาวซึ่งสามารถไว้ผมให้ยาวขึ้นเพื่อปกปิดได้

ขั้นตอนการปลูกผมแบบ FUE

  1. Punch Excision : เจาะเอากอรากผม (Hairgraft) ออกทีละกอ
  2. Graft Preparation : คัดกรองกอรากผมที่สมบูรณ์เป็น 3 ชนิด แยกตามจำนวนเซลล์ราก (Folliculus Unit) ในแต่ละกอ
  3. Graft Storage : นำกอรากผมแช่ในน้ำหล่อเลี้ยงเซลล์รากผมที่มีคุณภาพ
  4. Graft Implantation : นำกอรากผมไปปลูกบริเวณที่ศีรษะล้านหรือบริเวณที่ต้องการ

ขั้นตอนการปลูกผมแบบ FUT

  1. Strip Harvesting & Slivering : ตัดหนังศีรษะที่มีกอรากผมอยู่แล้วแบ่งให้ได้กอรากผมที่มีขนาดเล็กลง
  2. Graft Preparation : คัดกรองกอรากผมที่สมบูรณ์เป็น 3 ชนิด แยกตามจำนวนเซลล์ราก (Folliculus Unit) ในแต่ละกอ
  3. Graft Storage : นำกอรากผมแช่ในน้ำหล่อเลี้ยงเซลล์รากผมที่มีคุณภาพ
  4. Graft Implantation : นำกอรากผมไปปลูกบริเวณที่ศีรษะล้านหรือบริเวณที่ต้องการ

ความคิดเห็น